รายละเอียดทัวร์
เดินทาง 8 วัน 5 คืนวันที่หนึ่ง กรุงเทพ-สนามบินสุวรรณภูมิ (-/-/-)
23.00 น. คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่สอง ดูไบ-เมืองซูริค-เมืองเซ็นต์มอริซต์ (-/-/D)
02.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK377 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
05.55 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
08.25 น. ออกเดินทางสู่ เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK087 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
12.25 น. เดินทางถึง เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเซ็นต์มอริซต์ (St.Moritz) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังในหุบเขา Engadin ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นจุดหมายที่นักเดินทางทั่วโลกใฝ่ฝัน ด้วยความสูงประมาณ 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมืองนี้รายล้อมด้วยภูเขาสูงและทะเลสาบที่สะท้อนแสงระยิบระยับจนถูกขนานนามว่า “เมืองแห่งแสงแดด” เพราะมีแสงอาทิตย์เฉลี่ยมากกว่า 300 วันต่อปี เอกลักษณ์ของเมืองนี้คือการผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่งดงามกับความหรูหรามีระดับ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมห้าดาว ร้านบูติกดีไซน์เนอร์ หรือร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ทุกอย่างถูกรวมไว้ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร นำท่านถ่ายรูปบริเวณ ทะเลสาบเซ็นต์มอริซต์ (St. Moritzersee) เป็นสถานที่ที่สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามาของเทือกเขาแอลป์สะท้อนบนผิวน้ำ และยังเป็นเป็นสถานที่ถ่ายรูปสวยทั้งช่วงเช้าและตอนเย็น โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Hotel Europa Suites หรือเทียบเท่า (โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว)

วันที่สาม รถไฟเบอร์นีน่าเอกซ์เพลซ-เมืองคูร์-อันเดอร์แมท (B/L/D)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟพอนเทสสิน่า (Pontrestina) เพื่อโดยสาร รถไฟ BERNINA EXPRESS (รถไฟขบวนนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เดินทางไปยัง สถานี Poschiavo ซึ่ง BERNINA EXPRESS เป็นรถไฟชมวิวที่มีหน้าต่างบานใหญ่ที่ทำให้ผู้โดยสารสามารถเต็มอิ่มกับการรับชมความสวยงามตลอดเส้นทาง นอกจากนั้นยังเป็นเส้นทางรถไฟที่เก่าแก่และสวยงาม เป็นเส้นทางมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของ Switzerland ท่านได้ชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม โดยรถไฟนั้นจะเดินทางข้ามผ่านเทือกเขาแอลป์บนความสูงกว่า 2000 เมตรจากกระดับน้ำทะเล และยังเป็นเส้นทางสายมรดกโลกทางธรรมชาติที่องค์การ UNESCO ให้การยอมรับ (ระหว่างทางรถไฟจะจอด 10 นาที ที่สถานี Alp Grüm เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพและชมวิวสุดตระการตาของธารน้ำแข็ง)
เที่ยง เมื่อเดินทางถึงสถานี Poschiavo นำท่านเดินทางต่อด้วยรถบัสสู่ เมืองคูร์ (Chur) เป็นเมืองหลวงของมณฑล Graubünden ทางภาคตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้นอิสระให้ทุกท่านได้เดินเที่ยวเล่นภายในตัวเมืองคูร์ตามอัธยาศัย ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ เมืองอันเดอร์แมท (Andermatt) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ความสูงประมาณ 1,440 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการเป็นสกีรีสอร์ทในช่วงฤดูหนาว และในฤดูร้อนก็จะเส้นทางเดินเขาที่มีชื่อเสียงเช่นกัน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Radisson Blu Reussen หรือเทียบเท่า (โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว)

วันที่สี่ อันเดอร์แมท-เมืองเซอร์แมท-ยอดเขากอร์เนอร์กรัท(แมทเธอร์ฮอร์น) (B/L/D)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเซอร์แมท (Zermatt) รถไฟ Regional Train ในระหว่างการเดินทางท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันงดงามของธรรมชาติทั้งทะเลสาบและเทือกเขาแอลป์ของสวิสฯตอนกลาง ผู้โดยสารทุกท่านจะได้ดื่มต่ำกับทัศนียภาพของธรรมชาติสองข้างทางที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามความสูงต่ำของภูมิประเทศผ่านทิวทัศน์อันตระการตาของหุบเขา ป่าไม้ น้ำตก ลำธาร ทุ่งหญ้า หมู่บ้านชนบท เมื่อเดินทางถึง เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เซอร์แมทเป็นเมืองที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์วิ่งและเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องว่า ปลอดมลพิษที่ดีของโลกตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร ซึ่ง เป็นที่ตั้งของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองเซอร์แมทเป็นเมืองเล็กๆ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านก็ได้ เพราะว่ามีประชากรในเมืองไม่ถึง 10,000 คน ทางตอนใต้ของสวิตติดกับชายแดนอิตาลี โดยมี Pennine Alps ซึ่งเป็นส่วนนึงของเทือกเขา Alps เป็นเส้นกั้นระหว่าง 2 ประเทศ หากพูดถึง Zermatt ก็ต้องนึกถึงยอดเขาแหลมที่มีลักษณะคล้ายปีรามิด ชื่อว่า Matterhorn ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ๆ เมือง มีความสูงถึง 4,478 เมตร สามารถมองเห็นได้จากแทบทุกมุมของเมือง ซึ่ง Matterhorn นี้ถือเป็นสัญลักษณที่สำคัญของ Zermatt
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อชม ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น โดยนั่งรถไฟสู่ ยอดเขากอร์เนอร์กรัท (Gornergrat) เส้นทางจะผ่านธรรมชาติทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่สวยงามทั้งสองข้างทางสู่ ยอดเขากอร์เนอร์กรัท ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,286 เมตร ที่นี่ท่านจะได้พบจุดที่สวยที่สุดของการชมยอดเขาต่างๆ และเป็นจุดชม ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น อีกแห่งหนึ่งที่สวยงาม อิสระให้ท่านถ่ายรูปบรรยากาศที่สวยงามแห่งนี้และสนุกสนาน กับกิจกรรมบนยอดเขา ถึงเวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเซอร์แมทอีกครั้ง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ถึงเวลาอันสมวรนำท่านเดินทางสู่ เมืองแทสช์ (Taesch) โดยรถไฟ จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก Hotel Mountime หรือเทียบเท่า (โรงแรมที่พักระดับ 3 ดาว)

วันที่ห้า เมืองมองเทรอซ์-ปราสาทชิลยอง-เมืองโลซานน์-อินเทอลาเก้น
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านถ่ายรูปด้านหน้า ปราสาทซิลยอง (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านท่องเที่ยวใน เมืองโลซานน์ (Lausanne) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที โดยนำท่านไปถ่ายภาพ อาคารสำนักงานโอลิมปิกสากล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบเลคเลมังค์ จากนั้นนำท่านถ่ายภาพและเยี่ยมชม ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยได้ร่วมกันก่อสร้างให้เมืองโลซานน์ ในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปีและเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-สวิสฯ ครบ 75 ปี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อินเทอลาเก้น สัมผัสความงดงามของ อินเทอลาเก้น เมืองตากอากาศสุดโรแมนติกที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเบรียนซ์และทะเลสาบ ทูน โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์ของยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี ท่านจะได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมสไตล์สวิสคลาสสิก เลือกซื้อนาฬิกาแบรนด์ดัง และดื่มต่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบในอ้อมกอดของเทือกเขาแอลป์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Holiday Inn Bern Westside หรือเทียบเท่า (โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว)

วันที่หก ยอดเขาจุงฟราว-เมืองเลาเทอบรุนเน่น-เมืองลูเซิร์น-สะพานไม้ชาเปล (B/L/D)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกรินเดลวาลด์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัวเดินทาง ขึ้นสู่ ยอดเขาจุงฟราว ได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร ชม ถ้ำน้ำแข็ง ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Alestsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตร และไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา จากนั้นนำท่านลงจากยอดเขาจุงเฟราและนำท่านเดินทางสู่ เมืองเลาเทอบรุนเน่น (Lauterbrunnen) นำท่านเดินเล่นแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้านเล็กๆในหุบเขาที่แยกเป็นสองแพร่ง เงียบสงบที่ไม่วุ่ยวาย โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านคือน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach) น้ำตกที่มีความสูง 300 เมตร และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบที่สูงที่สุดในยุโรป จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง อดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมีภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา นำท่านชมและแวะถ่ายรูปกับ สะพานไม้ชาเปล หรือสะพานวิหาร (Chapel bridge) ซึ่งข้ามแม่น้ำรอยซ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ ที่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว สะพานวิหารนี้เป็นสะพานที่แข็งแรงมากมุงหลังคาแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำ จั่วแต่ละช่องของสะพานจะมีภาพเขียนเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นภาพเขียนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันสะพานไม้นี้ถูกไฟไหม้เสียหายไปมาก ต้องบูรณะสร้างขึ้นใหม่เกือบหมด จากนั้นนำท่านเที่ยวชม รูปแกะสลักสิงโตบนหน้าผาหิน เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่หัวของสิงโตจะมีโล่ห์ ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ อนุสาวรีย์รูปสิงโตแห่งนี้ออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1819-1821 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศสระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในครั้งปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
Radisson Blu Lucerne หรือเทียบเท่า (โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว)

วันที่เจ็ด น้ำตกไรน์-เมืองซูก-เมืองซูริค-ช้อปปิ้ง-สนามบินเมืองซูริค (B/L/-)
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ น้ำตกไรน์ ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของ น้ำตกไรน์ น้ำตกที่กว้างและทรงพลังที่สุดในยุโรป สัมผัสละอองน้ำอันเย็นฉ่ำและเสียงคำรามของสายน้ำที่ไหลบ่าผ่านโขดหินกลางแม่น้ำอย่างน่าอัศจรรย์ ท่านจะได้ดื่มต่ำกับทัศนียภาพอันงดงามรอบด้าน และเก็บภาพความประทับใจของธรรมชาติอันสมบูรณ์แบบที่ยากจะลืมเลือน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูก (Zug) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเที่ยวชม ย่านเขตเมืองเก่าของเมืองซูก เป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์และบรรยากาศที่เงียบสงบ เมืองนี้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่หลากหลาย นำท่านถ่ายรูปกับ ทะเลสาบซูก (Lake Zug) ทะเลสาบที่มีทัศนียภาพสวยงาม สามารถเดินเล่นริมน้ำเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองและภูเขารอบๆ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง นำท่านเที่ยวชม จัตุรัสปาราเดพลาทซ์ (Paradeplatz) จัตุรัสเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของการค้าสัตว์ที่สำคัญของเมืองซูริค ปัจจุบันจัตุรัสนี้ได้กลายเป็นชุมทางรถรางที่สำคัญของเมืองและยังเป็นศูนย์กลางการค้าของย่านธุรกิจ ธนาคาร สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นำท่านแวะถ่ายรูปกับ โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster Abbey) จากบนสะพานมุนสเตอร์บรูค เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองซูริค สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 853 โดยกษัตริย์เยอรมันหลุยส์ ใช้เป็นสำนักแม่ชีที่มีกลุ่มหญิงสาวชนชั้นสูงจากทางตอนใต้ของเยอรมันอาศัยอยู่ นำท่านสู่ ถนนบาห์นโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ว่าเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้าราคาแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรู อิสระให้ท่านเดินเล่นและเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่สนามบิน
21.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK086 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด สนามบินดูไบ-กรุงเทพ-สนามบินสุวรรณภูมิ (-/-/-)
07.05 น. เดินทางถึง เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.30 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
18.40 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
